H e a l t h   T i p (สาระน่ารู้)

                      ร่างกายคนเรามีระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่ขัดขวางและทำลายแบคทีเรียหรือไวรัสจากภายนอก ที่จะรุกรานร่างกาย และมีระบบรักษาตัวเองที่สามารถซ่อมแซมและรักษาอาการเจ็บป่วยให้หายได้
 
                      สาเหตุหลักของโรคมะเร็งคือความผิดปกติและเสื่อมสมรรถภาพของระบบภูมิคุ้มกันที่คอยกำจัดเซลล์ร้าย และของระบบ รักษาตัวเองที่คอยซ่อมแซมเซลล์ร้าย
 
                      - เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ
- พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายวันละ 20-30 นาที ดื่มนํ้าสะอาด
- ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส ไม่เครียด เพราะความเครียดเป็นบ่อเกิดของโรคภัย
- กินผักผลไม้ อาหารครบ 5 หมู่ ดื่มนํ้าผักผลไม้ทุกวัน
- ถ่ายอุจจาระทุกวัน
 
                      ควรปิดไฟในห้องนอนขณะนอนหลับ
เพราะระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานเพื่อซ่อมแซมและกำจัดเชื้อโรคในร่างกายได้เต็มที่ในขณะ
ที่ร่างกายพักผ่อนและนอนหลับสนิท จึงควรปิดไฟนอน
 
                      ต้นข้าวสาลีอ่อน
เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน B, วิตามิน C, วิตามิน E และ carotene จึงมีคุณสมบัติมากมายในการดูแล ป้องกัน และทำลายสาร “อนุมูลอิสระ” จึงนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ยังมีกรดอะมิโนกว่าหลายชนิด เอนไซม์ แร่ธาตุที่จำเป็น ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ทั้งยังช่วยฟอกเลือดให้บริสุทธิ์ ช่วยย่อยอาหารและลดอาการเสื่อมของโรคไต (เพราะไตเป็นที่ กรองเลือด) ช่วยขับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะและขับนิ่วในไตด้วย และยังมีสารซาโปนินซึ่งเป็นตัวชำระล้างท่อ กระเพาะ ลำไส้ และระบบต่อมน้ำเหลือง เพื่อขจัดพิษออกจากเซลล์ของร่างกาย เมื่อร่างกายเกิดความไม่สมดุลหรือเกิดแผล การเจ็บปวดเส้นเอ็น หรือตามข้อ อาการอักเสบต่างๆ ที่เกิดขึ้น ต่อมน้ำเหลืองจะสร้างเยื่อบุเมือกขึ้นตามธรรมชาติที่บริเวณดังกล่าว น้ำคั้นต้นข้าว สาลีอ่อนช่วยทำลายเยื่อบุเมือกเพื่อให้แผลแห้งและหายเร็ว
 
                       แครอท
มีวิตามิน A วิตามิน C มีเบต้าแคโรทีนสูง และกากใยอาหาร สารอาหารในแครอทช่วยป้องกันผิวพรรณจากอันตรายของรังสี UV ในแสงแดด ทำให้ผิวมีสุขภาพดี, ช่วยบำรุงสายตา, มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันโรคมะเร็งในปอด, ป้องกันหลอดเลือดตีบตัน จึงช่วยลดการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด ป้องกันโรคดีซ่าน ช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดแดง
 
                       บีทรูท
หัวบีทรูทจะอุดมไปด้วยโฟเลทและโพแทสเซียมสูง มีวิตามิน C ส่วนยอดและใบมีสารเบต้าแคโรทีน แคลเซียม และธาตุเหล็กสูง สารสีแดงในหัวบีทรูท คือ เบต้าไซซิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง บีทรูทยังช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยให้เลือดลมดี ลดความดันโลหิต และช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีกรดโฟลิกซึ่งเป็นสารที่จำเป็นต่อพัฒนาการสมองของทารก โดยเฉพาะในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ อันจะส่งผลให้ทารกในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ น้ำบีทรูทคั้นสดๆ เหมาะเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลังสำหรับคนที่ฟื้นไข้ใหม่ นอกจากนี้ยังนิยมใช้เป็นอาหารล้างพิษในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ติดสุราเรื้อรังและผู้สูงอายุ น้ำบีทรูทที่คั้นบริสุทธิ์มีความเข้มข้นมาก อาจเกิดผลข้างเคียง และมีรสชาติกินยากจึงควรผสมกับน้ำกับผลไม้อื่น เช่น น้ำเสาวรส น้ำแอ๊ปเปิ้ล น้ำแครอท เป็นต้น